Cocky Funny and Sexual : Cocky Funny and Neg hit

ช่วงที่ผ่านมา ผมได้รับ e-mail จากหลายๆท่านเขียนมาบอกว่า อยากที่จะให้เพิ่มเติมในส่วนของ cocky funny เพราะรู้สึกว่ามัน สนุกและได้ผลดี

ครับ ผมก็คิดเหมือนกัน สาว 2-3 คนที่ผมจีบติดช่วงหลังๆ มานี่ cocky funny (CF) มีส่วนสําคัญมากครับ ผมมาคิดดูแล้วถ้าไม่มี CF นี่ผมคงจีบไม่ติดอย่างแน่นอน

ก่อนอื่นผมอยากจะพูดถึงทัศนคติที่คุณต้องมีเวลาที่ใช้ CF กันก่อน

สิ่งแรกที่คุณต้องมีซึ่งเหมือนกับการใช้เทคนิคอื่นๆ ก็คือ คุณต้องไม่สนใจผลลัพธ์ เพราะอย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า ถ้าเราสนใจผลลัพธ์ เราก็มั่นใจแค่เปลือกนอก แต่ข้างในยัง หวังที่จะให้เธอมาชอบ ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณก็จะไม่สามารถ CF ได้เต็มที่เพราะคุณกดดันตัวเอง

คุณไม่จําเป็นต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องจีบสาวคนนี้ให้ติดให้ได้ คุณไม่จําเป็นเลยครับ เพราะมัน ไม่มีประโยชน์อะไรเลย คุณควบคุมเธอไม่ได้ คุณมีอิทธิพลกับเธอบ้างเท่านั้นเอง

สอง คุณควรจะอยู่ในอารมณ์ที่ดี อันนี้เห็นกันได้ชัดๆ เพราะเวลาที่คุณ CF เธอ คุณกําลังจะทําให้เธอขํา ถ้าคุณกําลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ คุณจะทําให้เธอขําได้หรือครับ?

เวลาจะใช้ CF กับสาวๆ ให้คุณคิดว่า "อืมม ชั้นรู้ว่าเธอจะต้องชอบเพราะชั้นเป็นคน cocky funny เธอจะต้องหัวเราะแน่ๆ" ให้คุณคิดแค่นี้เวลาจะใช้มันทุกครั้ง ซึ่งพอคุณบอกตัวเองอย่างนี้นานๆเข้า ต่อไปคุณไม่ต้องคิดอย่างนี้อีกเลย เพราะคุณจะรู้สึกเอง มันจะซึมเข้าไปเป็นธรรมชาติของคุณเอง คุณก็จะเริ่มเป็น ดอน ฮวน โดยธรรมชาติ

focus อยู่ที่ความสนุกของ CF อย่าไป focus ที่ตัวผู้หญิงว่าเธอจะตอบสนองยังไง เอาล่ะครับ เมื่อทัศนคติถูกต้องแล้วผมก็อยากจะให้คุณรู้ถึง concept อีกอันนึงคือ

Be Sexual คือ การที่เป็นคนเปิดในเรื่องเพศ ไม่ซ่อนมันไว้ข้างใน

การที่เราเล่นหูเล่นตากับผู้หญิง , สัมผัสเธอ, พูดเรื่อง sex กับผู้หญิง (พูดเฉพาะเมื่อมันเหมาะสมเท่านั้น) อย่างนี้ถือเป็นการที่เรา sexual ทั้งหมด ดูง่ายๆ เลยก็คือ Nice guy เป็นพวกที่ปิดในเรื่องเพศ เป็นพวก Non-sexual Nice guy จะไม่กล้าทําในสิ่งที่ผมบอกข้างต้น เพราะพวกเค้านึกว่ามันจะทําให้ผู้หญิงกลัว ตกใจ และหนีไปจากเค้า

น่าสงสาร nice guy นะครับที่ไม่รู้ว่าผู้หญิงชอบผู้ชาย sexual

แต่การที่เรา sexual ไม่ใช่การที่เราหื่นกาม สองอย่างนี้ต่างกันนะครับ ถ้าคุณเดินไปเจอผู้หญิงคนนึงยังไม่ได้รู้จักกันเลย คุณไปบอกเธอ "หน้าอกคุณใหญ่จังเลยครับ ผมชอบ" เอ่อ… ถ้าไปพูดอย่างนี้ก็ตัวใครตัวมันครับ เพราะมันไม่ใช่ sexual แล้ว มันเกินไปกลายเป็นพวกบ้ากาม โรคจิต เพราะฉะนั้นทําความเข้าใจให้ดีก่อนนะครับ โอเค คราวนี้ผมอยากจะให้คุณใช้เทคนิค CF แต่ว่านํามันมารวมกับ Sexual ด้วย เป็น CF + Sexual

"เอ๊ะ! แล้วมันทํายังนะ" คุณอาจจะยังสงสัยอยู่

ก้อไม่ยากครับ CF+ Sexual คือการพูดตลก แบบกวนๆ แซวนิดๆ และก็แฝงเรื่องเพศ เรื่อง sex เข้าไปด้วย ทําไมถึงต้องใช้ CF + Sexual ? จําได้มั้ยว่า ถ้าผู้หญิงรู้สึกสบายๆกับเราอย่างเดียวแต่ไม่รู้สึกว่าเราเปิดในเรื่องเพศ เราจะเป็นได้แค่เพื่อน ถ้าผู้หญิงรู้สึกว่าเราเปิดในเรื่องเพศแต่ไม่รู้สึกสบายๆ relax เมื่ออยู่กับเรา เราจะกลายเป็น นายโรคจิต บ้ากาม แต่ถ้ามันมีทั้งสองอย่าง เธอรู้สึกสบายๆ กับเรา และเราเป็นคนที่เปิดในเรื่องเพศ ผู้หญิงจะจัดเราไปอยู่ในกลุ่ม ที่อยากจะเป็นแฟนด้วย

CF+Sexual ทําให้เรามีทั้งสองอย่างครับ เจ๋งมั้ยล่ะครับ อิอิ

และเมื่อไรที่คุณถนัดการพูดแบบ CF+Sexual แล้วละก็ เตรียมตัวโดนสาวๆเข้ามารุมได้เลย!!!

—————————–

CF + Sexual

1. ผมไปเที่ยวผับนึงกับสาวที่ผมกําลังจีบอยู่ ซึ่งวันนั้นเธอรินเหล้าให้ผมบ่อยมากๆ ผมเลยบอก

ผม : "จะมอมเหล้าชั้นเหรอ?"

เธอ : "ใช่ ได้มั้ยล่ะ?" เธอพูดและก็รินเหล้าส่งให้ผม

ผม : "เสียใจด้วย ไม่ได้ ชั้นไม่ยอมให้เธอข่มขืนชั้นหรอกนะ" สบตาพร้อมยิ้มด้วยความมั่นใจ กวนๆ

เธอ : ยิ้มและส่งสายตา sexy

2. ผมได้นัดสาวไปทานข้าวที่ร้านอาหาร ทานเสร็จผมก็ขับรถจะไปส่งเธอ ระหว่างที่ขับอยู่นั้น เธอก็ได้เอนมาซบไหล่ผม บรรยากาศเริ่มเป็นใจ

พอดีรถติดไฟแดง ผมเลยก้มลงไปจูบหน้าผากเธอ เธอสบตากับผมครู่นึง แล้วเราก็จูบกัน (ตอนนั้นตอนกลางคืนครับ ดึกแล้วด้วย รถผมติดไฟแดงอยู่คันเดียว ไม่มีรถข้างๆ และข้างหลังครับ ^_^ ) จากนั้นเธอก็ถามผมว่า

เธอ : "เป็นยังไง พอจะสู้สาวๆคนอื่นได้มั้ย?"

ผม : "อืมม อันนี้ต้องขอพิสูจน์ดูอีกครั้งนึงก่อน" ผมก้มลงไปจูบเธออีกสักพักนึง แล้วก็พูดว่า

ผม : "โอ้ววว ทางสถาบันของเราขอมอบประกาศนียบัตรพร้อมทั้งโล่ห์ดีเด่นให้คุณ ในฐานะที่คุณเป็นนักเรียนที่ทําคะแนนได้สูงสุด ทิ้งห่างคนอื่นๆขาดลอย"

เธอ : หัวเราะพร้อมทั้งเข้ามากอดผม

ผม : เห็นรถ taxi แล่นผ่านรถผมไปหนึ่งคัน ผมหันกลับไปมองสัญญาณไฟ พร้อมคิดในใจว่า

"ไฟแม่_เขียวตั้งนานแล้วนี่หว่า 55"

3.ผมได้คุยโทรศัพท์กับสาวคนนึงที่ผมจีบมาสักระยะแล้ว เริ่มที่จะรู้สึกสบายๆกันแล้ว คุยกันสักพัก ผมบอก

ผม : "โอเค ไว้แค่นี้ก่อนละกัน เธอก็ไปนอนได้แล้ว มันดึกแล้ว"

เธอ : "อืม แล้วค่อยคุยกันใหม่"

ผม : "ได้ครับ แต่ว่าคืนนี้ไม่ต้องนอนฝันถึงผมก็ได้นะครับ" พูดทีเล่นทีจริง

เธอหัวเราะนิดนึงแล้วพูดว่า : "เดี๋ยวคืนนี้จะตามไปหลอกในฝันซะให้เข็ด"

4. ผมนัดสาวไปเที่ยว เธอแต่งชุดเกาะอกมา ผมเลยใส่ cocky funny ไปว่า

ผม : "แต่งชุดแบบนี้ ผมว่ามันอันตรายนะครับ" ทําทีเหมือนจะพูดจริงจัง

เธอ : "เหรอ มันโป๊เกินไปเหรอ"

ผม : "คือมันก็ไม่มากหรอก แต่กลัวว่าอีกสักพัก จากเกาะอกมันจะมาเกาะที่เอวนะสิ" ยิ้มกวนๆพร้อมส่ายหัว

เธอทุบผม : "หาว่าชั้นหน้าอกเล็กเหรอ"

5. อันนี้เอามาจากหนังเรื่อง FAKE เป็นฉากที่พระเอกคือลีโอ พุฒ เจออั้ม นางเอกเป็นครั้งแรกในผับ พระเอกเห็นนางเอกนั่งอยู่คนเดียว ท่าทางเศร้าๆ จึงเข้าไปนั่งคุย คุยอะไรไม่รู้ จําไม่ได้ สักพักนางเอกก็พูด

นางเอก : "คุณรู้เหรอว่าชั้นเป็นคนยังไง?"

พระเอก : "รู้ คุณเป็นผู้หญิงผมยาว ที่กําลังผิดหวังกับความรัก"

นางเอก : "แล้วอะไรอีกล่ะ?"

พระเอก : "แล้ว..คุณก็กําลังสนใจผม" ยิ้มที่มุมปากนิดนึง สีหน้า แววตานิ่งมองที่ตานางเอก

นางเอก : เซ็นส์ได้ว่าพระเอกไม่ใช่ nice guy

6. อันนี้ก็มาจาก FAKE หลังจากที่พระเอก ลีโอ พุฒมีอะไรกับนางเอกแล้ว ตอนเช้าตื่นขึ้นมา พระเอกก็หอมนางเอกแล้วก็คุยกันสักพัก นางเอกก็พูดว่า

นางเอก : "คุณชอบชั้นตรงไหน?"

พระเอก : "ใครบอกว่าผมชอบคุณ?" ยิ้มนิดๆ

แต่พระเอกก็เจอเอาคืนเพราะดันไปถามเธอกลับว่า

พระเอก : "แล้วคุณล่ะชอบผมตรงไหน?"

นางเอก : "ใครบอกว่าชั้นชอบคุณ?"

***ใครได้ดูหนังเรื่องนี้จะเห็นว่าลีโอ พุฒ พระเอกที่ตอนแรกมีลักษณะกึ่ง jerk กึ่ง ดอน ฮวน กลับกลาย

เป็น nice guy เต็มตัวหลังจากที่รู้จักนางเอกไม่นาน (การเป็น nice guy ไม่ใช่เรื่องผิดแต่ต้องทําในเวลาที่เหมาะสม พระเอกค่อนข้างจะเป็นแมนมากโดยปกติ แต่หลังจากเจอนางเอกแล้วกลับเฝ้าเพ้อถึงนางเอก ตลอดเวลา กลายเป็นโคตร nice guy)

หรือบางครั้งถ้าเราอยากจะดัดแปลงให้เป็น CF + Neg hit ก็สามารถทําได้ได้ (พูดตลก เสียดสีที่แฝงไว้ด้วยการแซวข้อบกพร่องของเธอ)

CF + Neg hit

7. ผมชวนสาวไปเที่ยว ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถ เธอก็โชว์รูปที่เธอไปถ่ายมาให้ผมดู

เธอ: "เป็นไง น่ารักมั้ย?"

ผม : "อันนี้ คุณป้าที่ไหนมายืนโพสท่าอยู่เนี่ย?"

เธอ : ทําหน้างอนๆ แต่อมยิ้ม

ผม : "โอ๋ๆๆๆ ไม่เอาน่า ดูสิ งอนมากๆ ตีนกาขึ้นเลยนะ" เอามือไปแตะที่ตาของเธอ

เธอ : ทุบแขนผม (อีกแล้ว)

8. อันนี้ผมใช้ตอนที่เธอถามผมว่าทําไมผมถึงเข้าไปขอเบอร์เธอ

เธอ: "ทําไมถึงมาขอเบอร์(ชื่อเธอ)ล่ะ เพื่อน(ชื่อเธอ) สวยกว่า(ชื่อเธอ) อีกนะ เปลี่ยนใจยังทันนะ"

ผม : "ก็(ชื่อเธอ) เป็นผู้หญิงที่สะดุดตามากที่สุด" พูดเหมือนจะจริงจังอีกแล้ว ^_^

เธอ: "เหรอ สะดุดตายังไง?" ทําเสียงดีใจ

ผม : "ก็พอมองเข้าไปในกลุ่มแล้ว (ชื่อเธอ)เตะตามาก ตัวใหญ่ บึกบึน บดบังรัศมีคนอื่นๆหมดเลย

เห็นครั้งแรกแล้วรู้เลยว่า..ปกป้องเราได้ทั้งชีวิต" ยิ้มกวน

***มุขปกป้องเราได้ทั้งชีวิต ยืมมาจากเดี่ยวไมโครโฟนของ โน้ต อุดม

9. ผมไปเที่ยวผับกับเธอ เธอหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ผมมองไปที่คําเตือนบนซองเขียนว่า "สูบบุหรี่ทําให้แก่เร็ว" ผมชี้ให้เธอดูคําเตือน เธอยิ้มนิดนึง ผมเอื้อมมือไปจับแก้มเธอ แล้วก็พูด

ผม : "ไม่น่าเชื่อ การสูบบุหรี่ทําให้คนเราแก่เร็วจริงๆ" ผมส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ

เธอ : หัวเราะแล้วก็แซวผมกลับว่า ผมก็แก่พอๆกับเธอนั่นแหละ

คําเตือน : ห้ามใช้ cocky funny มากเกินไป มิฉะนั้นอาจจะมีสาวๆมากมายมารุมล้อมโดยไม่รู้ตัวได้ ^_^

ใส่ความเห็น

Filed under The Donjuan Guide Book

พจนานุกรมดอนฮวน

การเป็น ดอน ฮวน โดยส่วนมากแล้วเราจะสื่อให้คนอื่นได้รู้ด้วย ท่าทาง และลักษณะภายนอกแต่ว่าคําพูดนั้นก็เป็นสิ่งที่จําเป็นที่จะต้องมี เพราะว่ามันจะเป็นประโยชน์อย่างมากถ้าคุณสามารถสื่อสารได้ดีทั้ง คําพูดและท่าทาง

แต่อย่างไรก็ตามคําพูดนั้นจะต้องมาพร้อมกับท่าทางภายนอกเสมอ ถ้าคุณได้อ่าน เจมส์บอนด์คอมบิเนชั่น ในบทที่5นั่นแหละคือลักษณะที่ดีที่ควรจะมีไว้

เอาล่ะ ต่อไปนี้คือ คําหรือประโยคที่คุณจะต้องตัดไปจากพจนานุกรม ดอน ฮวน คุณจะต้องหลีกเลี่ยง ไม่พูดคําเหล่านี้ เรียกว่าลืมไปเลยว่ามีอยู่ในภาษาไทย

"ไม่แน่ใจ"

"ไม่รู้สิ"

"จะเอายังไงดี"

"ทํายังไงดี"

หรือคําอื่นๆที่มีความหมายคล้ายๆกัน

คุณจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด ถ้าเกิดคุณไม่แน่ใจบางอย่างขึ้นมาจริงๆ คุณจะต้องนิ่งเข้าไว้ ทําให้เหมือนกับว่าไม่มีอะไรสามารถมาทําอะไรคุณได้ เหมือน คุณรู้ว่าปัญหามันจะแก้ไปได้ด้วยดี

ไม่ว่าปัญหาเหล่านั้นมันจะเล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหน คุณก้อจะไม่พูดคําเหล่านี้ออกมา คุณต้องฝึกให้มันเป็นธรรมชาติ เพราะ ดอน ฮวน คือคนที่ไม่เคยหวั่นไหวเมื่อปัญหารอบข้างเข้ามากระทบ เค้าพร้อมที่จะแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา

ลองดู เมื่อคุณตัดคําเหล่านี้ออกไปจากพจนานุกรมได้เมื่อไหร่ คุณก็จะรู้สึกว่าตัวเองมั่นใจอย่างมาก เพราะคุณไม่เคยบอกกับตัวเอง เลยว่าคุณไม่มั่นใจ!!!

สันนิษฐานว่าเธอจะซื้อจากคุณ

ลองสมมุติกันว่าพวกเราเป็นคนขายของที่ต้องการจะขายสินค้าอะไรก็ได้สักตัวนึง เอาเป็นว่าว่าเรา เป็นคนขายเสื้อผ้าละกัน เป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง คุณเห็นลูกค้าคนหนึ่งเข้ามาในร้าน เค้าเดิน ดูเสื้อผ้าไปเรื่อยๆ ทีละตัวๆ จนเกือบจะทั่วร้าน แล้วเค้าก็มาหยุดอยู่ตรงเสื้อตัวหนึ่ง

อืมม เค้าหยิบขึ้นมา พลิกดูข้างหน้า ข้างหลัง ขอบตะเข็บ เค้าหยุดดูเสื้อตัวนี้นานพอสมควร คุณสังเกตุได้ว่าเค้าน่าที่จะสนใจเสื้อตัวนี้บ้างไม่มากก็น้อย คุณก็เลยเดินเข้าไปพูดว่า

"สวัสดีครับ เสื้อตัวนี้นี่เป็นเสื้อดีไซน์แบบใหม่ล่าสุด สั่งตรงมาจากต่างประเทศครับ แบบเสื้อตัวนี้กําลังฮิตมากครับในหมู่วัยรุ่น"

"อื้มม ครับ สวยดี" เขาตอบ

"ครับ และเนื้อผ้าตัวนี้ก็ยังนิ่มมากครับ สวมใส่สบายเหมาะกับอากาศร้อนอย่างเมืองไทย เรามีให้เลือกทั้งแบบ สีแดงและสีขาวนนะครับ ไม่ทราบว่าคุณชอบสีไหนครับ แดงหรือขาว"

"’งั้นผมเอาสีแดงละกันครับ" เขาตกลงซื้อ

อ่า ห้าาาา คุณทําสําเร็จ!!! คุณขายเสื้อได้แล้วเพราะว่าคุณได้ปฎิบัติตามกฎข้อที่ 1 ของนักขายที่ดี นั่นก็คือ คุณสันนิษฐานว่าลูกค้าจะซื้อ

คุณไม่ได้ถามลูกค้าว่า "คุณจะซื้อเสื้อตัวนี้หรือเปล่าครับ?" ตรงกันข้ามคุณถามเค้าว่า "คุณจะเอาสีแดงหรือสีขาวครับ"

คุณบอกข้อดีของสิ่งที่ลูกค้ากําลังจะซื้อจากนั้น คุณก็ให้เค้าเลือกเองว่าจะเอาแบบไหน

คุณสันนิษฐานไว้ก่อนแล้วว่าเค้าจะซื้อจากคุณ!!!

ถ้าคุณปฎิบัติตามกฎข้อนี้รับรองว่ายอดขายคุณจะเพิ่มขึ้นจากเดิมแน่นอน รู้มั้ยครับว่ากฎข้อนี้ เป็นกฎที่ เซลล์แมนทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี

เมื่อ 3-4 เดือนก่อนถ้าถ้าคุณเรียนอยู่มหาลัยใดมหาลัยหนึ่ง คุณคงเคยเจอเซลล์ที่มาขายบัตรลดดูหนังของ i-max คงยังพอจํากันได้ใช่มั้ยครับ ตอนนั้นมีอยู่วันนึงผมกําลังเดินอยู่กับเพื่อนผมคนนึงที่หน้ามหาลัย เซลล์คนนี้ก็เข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง จากนั้นเค้าก็บรรยายสรรพคุณต่างๆของบัตรอันนี้เยอะแยะไปหมด พอเสร็จแล้วเค้าก็ถามผมกับเพื่อนว่า

"น้องทั้งสองคนจะซื้อกี่ใบคะ พี่ว่าซื้อไปสัก 3 ใบนะคะจะได้เอาไปเผื่อแฟนน้องด้วย"

อ้าาาาาาา เค้าไม่ได้ถามผมกับเพื่อนว่า "น้องจะซื้อหรือเปล่าคะ?" แต่เค้าให้ผมตัดสินใจว่าจะเอากี่ใบ เค้าสันนิษฐานว่าผมจะต้องสนใจและซื้อไปอย่างแน่นอน ผมนั้นไม่ได้สนใจอะไรมากก็เลยไม่ได้ซื้อ แต่เพื่อนผมมันตัดสินใจซื้อไป 1 ใบ ที่เซลล์คนนี้สามารถขายได้เพราะว่าปฎิบัติตามกฎการขายที่สําคัญ นั่นคือการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเราจะสนใจ

อืมมม แล้วเราจะมาประยุกต์ใช้ในการจีบสาวได้ยังไง? ก็ไม่ยากครับ อย่างแรกคือให้คุณหาสาวคนที่คุณคิดว่า น่าจะสนใจในตัวคุณอยู่บ้าง จากนั้นคุณก็นํากฎข้อนี้มาใช้

แต่ก่อนอื่นลองมาดูตัวอย่างที่ผิดที่ผู้ชาย nice guy ส่วนใหญ่ทํากันก่อน

เค้าเจอสาวสวยที่ชอบแล้วก็เดินเข้าไปคุยกับเธอ (ถ้าวันนั้นเค้ากล้าพอ) เธอก็ตอบสนองด้วยท่าทีที่โอเค เหมือนจะสนใจเค้าอยู่บ้าง ทุกอย่างเหมือนจะไปด้วยดี แต่แล้วก็มาตายตอนจบเมื่อเค้าพูดขึ้นมาว่า "ไม่ทราบว่าผมจะขอเบอร์โทรศัพท์คุณได้มั้ยครับ?" เธอนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบกลับมา "เอ่อ…… คือว่า ค่อยมาคุย ตอนที่เราเจอกันครั้งต่อไปดีกว่านะคะ"

โอวว โนวววว ผิดพลาดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

การถามเช่นนี้สิ่งที่คุณให้ตัวเลือกเธอคือ ให้เธอตอบว่าได้ หรือ ไม่ได้ มีอยู่สองอย่าง คุณไปเปิดโอกาสให้เธอปฎิเสธคุณได้ ไม่ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ตรงกันข้ามถ้าเป็นดอนฮวนจะพูดว่า

"ผมคิดว่าเราน่าจะทําความรู้จักกันไว้นะครับเพราะว่าอย่างน้อยเราคงจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ เบอร์โทรศัพท์คุณเบอร์อะไรครับ?" จากนั้นนิ่งแล้วรอเธอตอบกลับมา ถ้าคุณอ่านเธอถูกว่าเธอพอจะสนใจในตัวคุณ เธอจะให้เบอร์คุณมาเพราะคุณไม่ได้ให้ ตัวเลือกปฎิเสธสําหรับเธอ คุณแค่บอกสิ่งที่ดีที่จะเกิดขึ้นถ้าเธอปฏิบัติตามจากนั้นคุณก็สันนิษฐานเอาเองเลยว่าเธอจะต้องให้เบอร์คุณ

หรือว่าจะเป็นตอนที่คุณชวนเธอออกเดท

"เราน่าจะไปหาอะไรสนุกๆทํากันวันเสาร์นี่นะ เธออยากที่จะไปโยนโบว์หรือไปดูหนังมากกว่ากัน"

"อ้อม อยากจะไปทานข้าวกันตอนกลางวันหรือตอนเย็น"

"หนิง สะดวกวันเสาร์หรือวันอาทิตย์"

ถ้าเธอสนใจคุณอยู่บ้าง โอกาสที่เธอจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมีมากกว่า 70 % และก็ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ!!!! คุณจะได้ไปออกเดทกับสาวคนที่คุณชอบแล้ว

หรือถ้าเธอลังเล ปฎิเสธคุณก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล นี่เป็นธรรมชาติของผู้หญิงที่ไม่สามารถจะตอบตกลงผู้ชายได้ในครั้งแรก รอจนกว่าคุณคิดว่าความสนใจเธอเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ทําให้เธอรู้ว่าคุณไม่ได้รีบเร่งจะให้เธอตอบตกลง ให้เธอรู้ว่าคุณก็ไม่ได้อยากจะฝืนให้บางสิ่งบางอย่างมันเกิดขึ้น โชว์ให้เธอเห็นว่าคุณเป็นคนที่สบายๆ รีแลกซ์ และเมื่อเวลาที่ดีมาถึงค่อยลองถามเธอใหม่อีกครั้งนึง

สิ่งที่ต้องจําไว้อีกอย่างนึงก็คือคุณต้องไม่ลังเล สีหน้า นํ้าเสียง แววตา ต้องแสดงออกมาว่าคุณมั่นใจว่า เธอจะต้องตกลง คุณต้องเชื่ออย่างเต็มที่ว่าเธอจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และเมื่อนั้นเทคนิคนี้ก็จะมีประสิทธิภาพสูงสุด

อย่าลืมนะครับ สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเธอสนใจ!!!

ใส่ความเห็น

Filed under The Donjuan Guide Book

Value และ Eliciting Value

Value สิ่งที่สําคัญที่จะทําให้เราจีบหญิงติดก็คือ การแสดง value ของคุณให้เธอ เห็นออกมา หรืออีกนัยนึงคือการแสดงให้เธอเห็นว่าคุณมีอะไรเธอได้บ้าง คุณมีคุณค่าอย่างไร ถ้าเธอไม่ให้เบอร์ หรือปฎิเสธการออกเดท แสดงว่าคุณยังไม่ได้แสดง value ของคุณให้เธอเห็น

ถ้าเธอไม่เห็นคุณค่าของคุณ เธอก็ไม่รู้ว่าจะโทรหาคุณทําไม? จะมาคบกับคุณทําไม? ตัวอย่างเช่น คุณเป็นผู้ชายที่อารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี

เวลาคุณอยู่กับเธอ คุณทําให้เธอรู้สึกดีไม่ว่าเธอกําลังอยู่ในอารมณ์ไหนก็ตาม เธอรู้สึกได้ว่าทุกครั้งที่เธออยู่กับคุณ เธออารมณ์ดีขึ้นเสมอ และหายกังวล นี่แหละเป็นคุณค่าที่เธอรู้สึกว่าคุณให้เธอได้ คณจะไปคาดหวังให้เธอชอบเพียงเพราะว่าคุณเป็นคุณนั้นเป็นไปไม่ได้ คุณต้อง

แสดงคุณค่าออกมาให้เธอเห็น

Eliciting Value

eliciting value นี้ต่างจาก Value การที่คุณกําลัง eliciting value คือ การที่คุณกําลังหาว่าสิ่งไหนสําคัญกับเธอ สิ่งไหนีมีคุณค่า แล้วคุณเอาสิ่งนั้น แหละให้กับเธอ

คุณ – เวลาว่างนุชชอบทําอะไร

นุช – ถ้าว่างมากๆเนี่ย ชอบไปเที่ยวทะเลต่างจังหวัดนะ นุชยังเคยไปเล่น bananaboat เลย สนุกมาก

คุณ – โห! babana boat ทําไมชอบล่ะ

นุช – ก็รู้สึกตื่นเต้นดี

คุณรู้ทันทีว่าเธอชอบที่จะรู้สึกตื่นเต้น มันๆ จากนั้นเปลี่ยนตัวคุณไปในแบบที่ สามารถให้ความรู้สึกนั้นกับเธอได้ พาไปเดทที่ตื่นเต้นๆ ไม่ใช่น่าเบื่ออย่างไปดูหนัง ทานข้าวธรรมดาๆ อาจจะไปเที่ยวสวนสนุก ไปออกกําลังกายแล้วแต่ ไม่จําเป็นต้อง ไปทําในสิ่งที่เธอชอบจริงๆ แค่เพียงไปทําอะไรที่ให้เธอรู้สึกตื่นเต้นได้ก็พอ

อีกตัวอย่าง

คุณ – แล้วฝ้ายคิดว่า ฝ้ายชอบผู้ชายแบบไหน

ฝ้าย – ชอบตัวใหญ่ๆแบบฝรั่งนะ ไม่ต้องหล่อมากหรอก

คุณ – ทําไมถึงชอบล่ะ รู้สึกยังงัยเวลาอยู่กับผู้ชายตัวใหญ่

ฝ้าย – ไม่รู้สิ ถ้าอยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่นมั้ง

โหะๆๆ คุณเพิ่งค้นพบว่าอะไรที่ทําให้เธอชอบผู้ชายคนนึง เธอชอบคนที่ทําให้เธอ อบอุ่น คุณไม่จําเป็นต้องตัวใหญ่อย่างที่เธอพูดมาหรอก แค่ทําให้เธอรู้สึกว่า คุณเป็นคนที่อบอุ่นเท่านั้น

ใส่ความเห็น

Filed under The Donjuan Guide Book

มาเริ่มสร้างความสุขจากภายในตัวเอง

ผมจะเล่าเรื่องของผมให้ฟัง

เมื่อตอนที่ผมเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ๆนั้น ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองได้พัฒนาไปทีละนิดๆๆๆๆ และเมื่อผมพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ผมก็มีความสุขกับตัวเองมากขึ้นๆๆๆๆๆๆๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งผมก้อรู้และเข้าใจ ได้เลยว่าผมไม่จําเป็นต้องรอให้ใครมาทําให้ผมมีความสุข เพราะว่าผมสามารถสร้างมันขึ้นมาได้จากตัวผมเอง

ผมไม่จําเป็นต้องรอให้ผู้หญิงมาชอบถึงจะมีความสุข

ผมไม่จําเป็นต้องให้คนอื่นมาสนใจผมถึงจะมีความสุข

ความสุขของผมไม่จําเป็นต้องขึ้นอยู่กับคนอื่นอีกต่อไป

ถามว่าแล้วผมมีความสุขมั้ยถ้าผมจีบสาวคนที่ชอบติด ผมตอบได้เลยว่าผมมีความสุขครับ และสุขมากด้วย แล้วถ้าสาวคนที่ชอบมาทําดีกับผมล่ะมีความสุขมั้ย ตอบได้เหมือนเดิมว่ามีความสุขครับ

การที่คนอื่นมาทําให้เรามีความสุขมันดีครับ ผมรับไว้ด้วยความเต็มใจ แต่ความสุขอันดับแรกผมสร้างมันขึ้นมาจากภายในตัวเอง

รู้มั้ยครับ มีอยู่วันนึงที่ผมเดินอยู่ในมหาวิทยาลัย วันนั้นเป็นวันที่ผมมีความสุขมาก ผมหันไปมองคนทั่วไป ผมรู้ได้เลยว่าพวกเขาไม่ค่อยมีความสุขกับตัวเองเท่าไหร่นัก บางคนนั่งซึม แววตาเศร้าสร้อย บางคนนั่งเหม่อลอย เหมือนพวกเขากําลังรอให้บางสิ่งบางอย่างมาทําให้พวกเขามีความสุข

ผมมาคิดได้ว่าผมโชคดีนะที่ความสุขของผมขึ้นอยู่กับตัวผมเอง วันนั้นผมเดินอยุ่ในมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุขที่สุด และเชื่อมั้ยครับ มีผู้หญิงไม่ตํากว่า 7-8 คนที่หันมาแล้วก็ยิ้มให้กับผม!!! ผมเดินไปหาเพื่อน เพื่อนก็ถามว่า "เฮ้ย ทําไมคุณดูมีความสุขจังเลยวะ วันนี้"

ใช่ครับ ผมกําลังจะบอกว่าเมื่อความสุขของเราขึ้นอยู่กับตัวเองเมื่อไหร่ คนอื่นๆ เค้าจะรู้สึกได้ และจะมีคนมากมายที่เข้ามาสนใจในตัวคุณ

เพียงเพราะว่าคุณกําลังมีความสุขกับตัวเอง!!!

คิดดูสิครับ คนทั่วไปความสุขจะอยู่ภายนอก อยู่ที่วัตถุ สิ่งของหรือไม่ก็รอให้ คนอื่นมาทําให้มีความสุข แต่พอความสุขของคุณขึ้นอยู่กับตัวเอง คนอื่นจะแปลกใจ และสงสัยขึ้นมาทันทีว่า ทําไมคุณถึงดูมีความสุขมากจังเลย เหมือนคุณเป็นคนที่มี ความสุขที่สุดในโลก พวกเค้าจะเข้ามาหาคุณ และค้นหาคําตอบให้ได้ พร้อมทั้ง หวังด้วยว่าคุณจะสามารถแบ่งปันความสุขให้พวกเค้าได้ และนั่นจะเป็นเวลาที่สาวๆจะมารุมล้อมคุณอย่างมากมาย

มาเริ่มสร้างความสุขจากภายในตัวเอง

-หลงรักตัวเอง ทําในสิ่งที่ตัวเองชอบและต้องการ

-ดีใจกับสิ่งเล็กๆน้อยที่ตัวเองทํา เช่น มีความสุขกับการ ที่ได้ไปเดินเล่นในหมู่บ้าน การปั่นจักรยาน การดูดาวยามกลางคืน

-มองโลกในแง่ดี และรู้ด้วยว่าปัญหาทุกอย่างจะมีทางแก้ของมัน

-ดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่และพยายามทําสิ่งต่างๆให้ดีที่สุด

-รู้ว่าชีวิตมันสั้นเกินกว่าที่จะมาจมอยู่กับความทุกข์ใจ

นี่คือเทคนิคที่ดีและสําคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ในการจีบสาว เพราะเมื่อความสุขขึ้นอยู่กับตัวเองแล้วทุกอย่างมันจะตามมา

ความมั่นใจ- คุณจะไม่กลัวการจีบสาว เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณก็ยังมีความสุขได้

ความสนุกสนาน- เมื่อคุณมีความสุข คุณก็สามารถจีบสาวได้อย่างที่ใจต้องการและสนุกไปกับมัน

ความท้าทาย- คุณไม่ต้องไปรอให้ใครมาทําให้คุณมีความสุข

ตรงกันข้ามทุกคนอยากที่จะให้คุณมาทําให้เค้ามีความสุข คุณเป็นคนท้าทาย

ความตลก- ในเมื่อคุณมีความสุขคุณก็สามารถแบ่งปันให้กับคนอื่นๆได้ด้วย คุณจะเป็นคนที่ตลกขึ้น

ความมีเสน่ห์- คุณจะมีเสน่ห์ เพราะคุณเป็นคนที่แตกต่าง ทุกคนจะเข้ามาสนใจคุณ

ความสุขของดอนฮวนขึ้นอยู่กับตัวเอง คุณจะกลายเป็นคนที่แบ่งปันความสุขให้คนอื่นๆ คุณจะเป็นคนที่มีความสุขอย่างเหลือเฟือ

แล้วจะมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฎิเสธคุณได้อีกหรือครับ ในเมื่อเธอเจอคุณเท่ากับว่าเธอเจอความสุข

1 ความเห็น

Filed under The Donjuan Guide Book

ความสุขของดอนฮวน : สิ่งที่สําคัญที่สุด

เอาล่ะครับ บทนี้เป็นบทที่สําคัญมากอีกบทหนึ่ง เอ่อ…จริงๆแล้วผมพูดผิดครับ ไม่ได้สําคัญมากหรอกแต่มัน…..สําคัญที่สุดต่างหาก!!! เพราะว่าผมกําลังจะพูดถึง สิ่งที่สําคัญที่สุดในชีวิตของคนเรา มันเป็นจุดมุ่งหมายหลักอันดับแรกในชีวิต เป็นสิ่งที่ทําให้เรารู้สึกว่าโลกนี้มันน่าอยู่ มันทําให้เรารู้สึกว่าชีวิตนี้เป็นสิ่งที่มีค่า มีความหมาย ครับ ผมกําลังพูดถึงคําว่า

"ความสุข"

ความสุขนี่แหละครับที่ทําให้พวกเราได้เข้ามาในเวบนี้ เราต้องการที่จะได้ความสุขจากการจีบสาว เราต้องการให้มันประสบผลสําเร็จ

ความสุขนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างก็พยายามที่จะได้มันมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ไม่ว่ามันจะยากเย็นแสนเค็ญ แค่ไหน ทุกคนก็ยังดิ้นรนเพื่อที่จะได้มันมาอยู่ดี

แล้วความสุขของของคนทั่วไปอยุ่ที่ไหนครับ ยกตัวอย่างเช่น nice guy

คุณคิดว่าความสุขของ nice guy อยู่ที่ไหนครับ? อื้มม เราลองให้คุณดอนฮวนมาถามคุณ nice guy กันดูดีกว่า

"คุณ nice guy ครับ ความสุขที่สุดในชีวิตของคุณอยู่ที่ไหนครับ" ดอนฮวนถาม

คุณ nice guy ตอบมามากมาย

"การที่สาวสวยตกปากรับคําออกเดท "

"เมื่อได้ไปดูหนังกับสาวสวยสองต่อสอง"

"เมื่อสาวคนที่หมายปองยอมให้จับมือ"

"เมื่อผมให้ดอกไม้เธอแล้วเธอเข้ามากอดผม"

"เมื่อเธอยอมรับผมเป็นแฟน"

"เมื่อเธอเข้ามาหอมแก้มผมและบอกว่าคิดถึง"

"คุณถามผมทําไมครับคุณ ดอน ฮวน ในเมื่อสิ่งต่างๆ เหล่านี้ต่างก็เป็นสิ่งที่ทําให้คุณและผมมีความสุขที่สุด" nice guy ถามกลับ

"คุณ nice guy ใช่ครับสิ่งที่คุณพูดมา ผมไม่ปฎิเสธหรอกครับว่ามันทําให้ผมมีความสุข แต่คุณรู้มั้ยว่ามันยังไม่ใช่ความสุขที่สุดสําหรับผม มันยังไม่ใช่ครับ"

"ไม่น่าเป็นไปได้!!! มีสิ่งที่ทําให้คุณมีความสุขมากกว่านี้อีกเหรอครับ? มันคืออะไรกันแน่ คุณ ดอน ฮวน ลองบอกให้ฟังหน่อยสิครับว่าความสุขของคุณอยู่ที่ไหน?" nice guy งุนงงกับคําตอบที่ได้รับ

"ได้ครับ แต่ผมจะเล่าเป็นนิทานให้คุณฟังก็แล้วกัน"

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เทพเจ้าผู้สรรค์สร้างความสุขได้เรียกเทพเจ้าจากทั่วทุกสารทิศมารวมตัวกันเพื่อ ประชุมในวาระสําคัญ แล้วเทพเจ้าแห่งความสุขก็พูดขึ้นว่า "หลังจากที่มนุษย์ได้ทราบข่าวว่าข้าได้นําความสุขไปเก็บไว้ที่ดินแดนอันไกลโพ้นแห่งหนึ่ง ก็ได้มีมนุษย์จํานวนมากมาย ออกเดินทางไปที่ดินแดนแห่งนั้นเพื่อนําความสุขมาสู่แดนมนุษย์ แต่สิ่งที่ข้าไม่คาดฝันก็คือมนุษย์ต่างก็อยากจะได้ความสุข มาครอบครองแต่เพียงผู้เดียว ระหว่างการเดินทางจึงเกิดการแก่งแย่ง ทะเลาะวิวาทกันในหมู่มนุษย์ขึ้นมา เกิดการเห็นแก่ตัว บ้างก็เข่นฆ่ากันเองไม่มีความสงบเหลืออยู่อีกต่อไป ในสถานการณ์เช่นนี้ข้าว่าข้าจะดัดนิสัยพวกมนุษย์เหล่านี้สักหน่อย และนําความสุขไปเก็บไว้ที่อื่น ท่านทั้งหลายคิดว่าข้าควรจะทําเช่นไรดี?" เทพเจ้าแห่งความสุขถาม

"ข้าว่าท่านควรจะนําความสุขไปซ่อนใต้มหาสมุทรที่ลึกที่สุด" เทพเจ้าองค์หนึ่งให้ความเห็น "ไม่ได้ เราทําเช่นนั้นไม่ได้เพราะมนุษย์ก็จะหาวิธีดํานําลงไปค้นหาความสุขอยู่ดี" เทพเจ้าแห่งความสุขพูด "ถ้าอย่างนั้นเราก็ควรจะนําความสุขไปไว้บนภูเขาที่สูงที่สุด ที่มนุษย์ยากจะปีนขึ้นไป" เทพเจ้าอีกองค์เสนอ

"ไม่ได้อีกเช่นกันท่าน เพราะว่าในที่สุดมนุษย์ก็จะคิดวิธีปีนขึ้นไปบนภูเขาและการแก่งแย่งกันก็จะไม่ลดน้อยลงด้วย" เทพเจ้าทั้งหลายต่างก็ประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเป็นเวลานาน จนในที่สุดเทพเจ้าแห่งความสุขก็ตะโกนขึ้นมาว่า

"ข้านึกออกแล้ว!!!"

"ท่านคิดอะไรอยู่หรือ?" เทพทุกองค์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน

"ข้าคิดออกแล้วว่าข้าจะนําไปซ่อนไว้ในที่ซึ่งมนุษย์น้อยคนนักจะคาดเดาได้ ข้าจะนําความสุขไปซ่อนไว้ในใจของพวกมนุษย์เอง"

"ซ่อนไว้ในใจหรือ?"

"ใช่ ข้าจะนําความสุขไปซ่อนไว้ในใจของมนุษย์ทุกคน การแก่งแย่งก็จะลดน้อยลง และมันก็จะมีมนุษย์น้อยคนที่ สามารถรู้ได้ว่าความสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใด และด้วยวิธีนี้พวกมนุษย์ก็จะสามารถเลือกได้เองด้วยว่า พวกเขาอยากจะมีความสุขหรือไม่ เพราะว่าความสุขอยู่ในใจพวกเขาแล้วนั่นเอง"

หลังจากดอนฮวนเล่านิทานจบ nice guy ก็พูดขึ้นมาว่า

"คุณกําลังจะบอกผมว่าความสุขของคุณอยู่ที่……."

"ใช่ครับ ความสุขที่สุดมันอยู่ที่ใจผมนั่นเอง ความสุขที่สุดของผมไม่ได้อยู่ที่ภายนอก แต่มันมาจากภายในตัวผมครับ มันขึ้นอยู่กับตัวผม" ดอน ฮวน ตอบ

ความสุขของดอนฮวนขึ้นอยู่กับตัวเค้าเอง ความสุขที่แท้จริงมาจากภายในตัวเอง ทุกๆบท ทุกๆเทคนิคในเวบจะไร้ค่า ไร้ความหมายไปเลยถ้าคุณยังไม่มีความสุขกับตัวเอง

neg-hit , cocky funny, challenge, กําจัดความดิ้นรน ,……… และอีกร้อยแปดพันเก้า

ทุกๆอย่างครับ!!!

มันจะมีประโชน์อะไรครับถ้าคุณสามารถจีบสาวติดได้แต่คุณไม่มีความสุขกับตัวคุณเอง มันจะมีประโยชน์ยังไงถ้าเมื่อเธอทําดีกับคุณแล้วคุณมีความสุขมาก แต่พอเธอเริ่มห่างเหิน คุณกลับเศร้าและทุกข์ระทม

คุณกําลังไปรอให้เธอมาทําให้คุณมีความสุข ความสุขของคุณขึ้นอยู่เธอ ความสุขของคุณ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง!!!

ทําไมเราไม่สร้างความสุขขึ้นมาจากภายในตัวเองล่ะครับ มันง่ายกว่าที่คิดมาก และคุณรู้มั้ยครับว่ามันคือสิ่งที่สําคัญที่สุดดดดดดดดดดดดที่จะทําให้คุณจีบสาวติดเลยก็ว่าได้

——————————-

ใส่ความเห็น

Filed under The Donjuan Guide Book

ซุปเปอร์สตาร์

ผมว่าเราทุกคนก็อยากที่จะเป็นคนดัง คนที่มีชื่อเสียง เป็นซุปเปอร์สตาร์กันทั้งนั้น เพราะว่าเรารู้ว่าพวกเขาใช้ชีวิตในแบบที่เหมือนอยู่ในความฝัน อยู่อีกโลกนึง เค้าจะเอาอะไร เมื่อไรก็ได้ พวกเค้าสามารถที่จะหาสิ่งที่ต้องการ สิ่งที่ปรารถนาได้เสมอๆ และสามารถหามันมาตอบสนองความต้องการได้อย่างทันทีด้วย ดูเหมือนกับว่าไม่มีสิ่งใดเลยที่ไกลเกินจะไชว่คว้า

ตัวอย่างเช่นนักกีฬาอาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลก

เรารู้ว่าเดวิด เบคแฮมสามารถซื้อบ้านหลังโตๆ ริมทะเลพร้อมทั้งรถเฟอร์รารี่คันละ 30 ล้านมาขับเล่นได้อย่างสบายๆ

เรารู้ว่าไมเคิล จอร์แดนมีเงินในธนาคารหลายหมื่นล้านบาท ทั้งชีวิตนี้ต่อให้ใช้วันละล้านก็ยังไม่แน่ว่าจะหมด

เรารู้ว่าไทเกอร์ วู้ดสามารถที่จะเอาเงินไปเผาเล่นสักร้อยล้านขนหน้าแข้งก็ยังไม่ร่วงสักเส้นเดียว

หรือว่าจะเป็นดาราฮอลลีวู้ดระดับโลกอย่าง แบรด พิทท์ , ทอม ครูซ, นิโคลัส เคจ หรือพวกนักร้องบอยแบนด์ดังๆ เช่น พวก Nsync westlife ิ A1 และอีกหลายต่อหลายคนที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ฟู่ฟ่า มีทั้งชื่อเสียง เงินทองพร้อมสรรพ พวกเราต่างก็คิดว่าเราอยากจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ด้วยกันทั้งนั้น เพราะมันคงจะเป็นสิ่งที่มีทําให้เรามีความสุข ชีวิตคงจะ แตกต่างจากที่เป็นอยู่ราวฟ้ากับดิน

และมันก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้

ยังมีอีกสิ่งนึงที่ทําให้เราอยากจะเป็นซุปเปอร์สตาร์กันหนักหนา นั่นก็คือมันทําให้สาวสวยๆมากมายมาหลงใหล ได้อย่างง่ายดาย ซุปเปอร์สตาร์เหล่านี้จะเลือกที่จะควงใครก็ได้ ไม่ว่าจะสวยขนาดไหน ถ้าเค้าต้องการเค้าก็ควงได้ ต่อให้เป็นนางแบบซุปเปอร์โมเดลก็ไม่มีปัญหา คุณคิดว่าทําไมซุปเปอร์สตาร์เหล่านี้ถึงมีสาวๆมารุมล้อมมากมายครับ?

"รวย"

"หล่อ มีเสน่ห์"

"มีชื่อเสียง ดัง"

"มีอํานาจ"

ใช่แล้วครับ ทุกๆอย่างที่คุณตอบมามันถูกต้องหมดเลย สาวสวยนั้นชอบผู้ชายอย่างที่คุณบอกมาทั้งสิ้น คุณอาจจะคิดว่า

"อ้าว! แล้วมาบอกทําไม คุณจะให้ผมเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้ไง ก็ผมไม่ได้เป็น คุณจะให้ผมไปสมัครเป็นดารายังงั้นเหรอ? หรือว่าคุณจะให้ผมไปฝึกเล่นกีฬาให้เก่งจะได้ไปเป็นนักกีฬาอาชีพ ไม่เอาหรอก ผมไม่ได้ชอบเล่นกีฬานี่! นี่มันเป็นเทคนิคจีบสาวที่ผมทําไม่ได้ เข้าใจป่าว?"

โอ๊ะๆๆๆ ผมไม่ได้หมายความว่าให้คุณไปทําอะไรแบบนั้นครับ เพราะว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเป็นไปได้ หรือ ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะต้องใช้เวลาที่นานเหลือเกิน ถ้าคุณไม่ได้รวยวันนี้ คุณก็คงจะไม่สามารถที่จะเป็นคนรวยขึ้นมาได้ทันตาเห็นภายในวันพรุ่งนี้ยกเว้นจะปล้นธนาคารเอา ซึ่งผมไม่ขอแนะนําอย่างยิ่งครับ หรือถ้าคุณไม่ใช่คนที่หน้าตาหล่อเหลาอย่างพระเอกหนัง คุณก็คงจะไม่หล่อไปตลอดชีวิต มันเป็นสิ่งที่แก้ไม่ได้

แต่คุณรู้มั้ยครับว่าซุเปอร์สตาร์เหล่านี้ยังมีอีกสิ่งนึงที่เหมือนกัน มีอีกสิ่งนึงครับที่คนทั่วไปมักจะมองข้าม เป็นสิ่งที่ทําให้เค้ามีเสน่ห์มากกว่าเดิม

ผมบอกได้เลยว่าต่อให้เบคแฮมไม่ได้หล่ออย่างที่เห็นและไม่ได้ขับเฟอร์รารี่ เค้าก็ยังจะมีสาวสวยมาชอบอยู่ดี ต่อให้ไมเคิล จอร์แดนไม่ได้มีเงินในธนาคารแบบที่เค้ามี เค้าก็ยังจะมีสาวสวยมาให้ควงแน่นอน เพราะว่าพวกเค้ายังมีอีกสิ่งนึงที่สาวๆหลงใหล

คุณรู้มั้ยครับมันคืออะไร?

โอเค ครับสิ่งนี้ฝรั่งเรียกว่า Passion หรือถ้าแปลเป็นไทยก็คือ การที่เราหลงใหล คลั่งไคล้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่างสุดๆ อย่างรุนแรงเรียกว่าถ้าขาดสิ่งนั้นไปเราอาจจะตายได้ มันคือชีวิตและจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เป็น ความหมายในชีวิต

ผมขอใช้คําว่า passion แบบทับศัพท์นะครับเพราะคิดว่ามันสื่อความหมายชัดเจนดี ซุปเปอร์สตาร์เหล่านี้มี passion ไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็ต่างกันออกไป สังเกตุมั้ยครับว่าซุปเปอร์สตาร์ทุกคน จะชื่นชอบและหลงใหลกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมาก มันคือสิ่งที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเค้า เป็นชีวิตของเค้า คุณลองคิดดูครับว่าถ้าจอร์แดนไม่ได้เล่นบาสสักวันนึง คุณคิดว่าเค้าจะเป็นยังไง? ผมว่าเค้าคงนอนไม่หลับแน่ๆ หรือถ้าไทเกอร์ วู้ดไม่ได้ตีกอล์ฟซัก 3-4 วัน เค้าอาจจะลงแดงตายได้

Passion ของพวกเค้าเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดในชีวิตครับ เค้าอยู่ไม่ได้ถ้าขาดมัน เค้าทําเหมือน กับว่า passion ของเค้าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก เหมือนเป็นแฟนที่เค้ารักมากที่สุด และนี่ เป็นสิ่งที่สาวๆเห็นว่าน่าประทับใจเป็นอย่างมาก เพราะมันทําให้ชีวิตเค้ามีคุณค่าขึ้นมา

นี่เป็นสิ่งที่ทําให้นักดนตรีที่ไม่ดังไม่หล่อสามารถที่จะมีแฟนสวยสุดบาดตาบาดใจได้ เพราะเค้ามี passion กับดนตรี เค้ามีเสน่ห์เพราะเค้าทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจให้กับดนตรี หรือ passion กับฟุตบอลก็เป็นสิ่งที่ทําให้นักฟุตบอลธรรมดาๆสามารถยิงประตูสาวสวยได้

คนที่มี passion กับสิ่งใดสิ่งนึงอย่างมากนั้นจะเป็นคนที่น่าสนใจ มีชีวิตที่ไม่น่าเบื่อ ตื่นเต้น สนุกสนาน ชีวิตจะไม่ว่างเปล่า ชีวิตจะมีคุณค่า มีความหมาย ถ้าคุณไม่มี passion กับสิ่งไหนเลยชีวิตคุณจะไม่มีความหมายและมันจะทําให้คุณเป็นคนที่ไม่น่าสนใจ

สาวสวยนั้นจะอยากที่จะเข้าร่วมกับชีวิตที่ได้ถูกสร้างไว้แล้ว ชีวิตที่มี passion มีคุณค่า มีความหมาย เพราะฉะนั้นจงสร้างคุณค่าของชีวิตคุณด้วย passion ดึงสาวๆเข้ามาร่วมชีวิตกับคุณ แล้วคุณก็จะกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ของพวกเธอ!!!

ใส่ความเห็น

Filed under The Donjuan Guide Book

สัมผัส: เปิดประตูหัวใจเธอ

สมมุติว่าคุณจีบผู้หญิงคนหนึ่งมาสักระยะแล้ว เธอเริ่มที่จะสนิท กับคุณมากขึ้น พูดคุยเป็นกันเอง ทุกอย่างกําลังไปได้สวย แต่คุณรู้สึก ว่ามันมีบางสิ่งที่ทําให้คุณกับเธอยังไม่สามารถเป็นแฟนกันได้ เหมือนกับขาดอะไรไปสักอย่างนึง

ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ เป็นไปได้ว่าคุณอาจจะยังขาดส่วนที่สําคัญมากส่วนนึง ที่คู่รักทั่วไปมี นั่นก็คือ การสัมผัส

คนเราจะยังไม่สนิทกันที่สุดจนกว่าจะมีการสัมผัส กันทางร่างกาย ลองคิดดูถึงคนที่คุณสนิทด้วย เพื่อนๆของคุณ คุณสามารถ กอดคอ คุยกันอย่างเป็นกันเองได้ คนไหนที่คุณสัมผัส บ่อย คนนั้นแหละที่คุณสนิทที่สุด

ปัญหาใหญ่ในการจีบสาวปัญหาหนึ่งที่ผู้ชายมักจะถามอยู่เสมอๆก็คือ

"ผมจะหาทางจับมือเธอยังไงดีครับ" "คบกันนานเท่าไหร่เธอถึงจะยอมให้จับมือครับ"

"ถ้าเธอไม่ยอมให้จับมือผมจะทํายังไงดีครับ"

ถ้าหากคุณยังมีปัญหาในการสัมผัสเธออยู่ละก้อ แสดงว่าคุณยังไม่สนิทกับเธอถึงขั้นแฟน และก็มีโอกาสสูงมากที่เธอจะยังคิดว่าคุณเป็นเพื่อนเธออยู่

คุณต้องสัมผัสเธอ! คุณต้องสัมผัสเธอ! คุณต้องสัมผัสเธอ! คุณต้องสัมผัสเธอ!

คุณต้องสัมผัสเธอ! คุณต้องสัมผัสเธอ! คุณต้องสัมผัสเธอ! คุณต้องสัมผัสเธอ!

"แต่ว่าถ้าเธอยังไม่คิดที่จะเป็นแฟนกับผมหล่ะครับ ถ้าผมไปสัมผัสเธอแล้วเธอโกรธ ผมไม่แย่เลยเหรอครับ" คุณอาจจะคิดอย่างนี้

ถ้าเธอไม่คิดเราก็ช่วยทําให้เธอคิดสิครับ จําได้มั้ยครับว่าผู้หญิงจะจัด คุณให้เข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในสามกลุ่มนี้ เวลาที่คุณคุยกับพวกเธอครั้งแรก

"แค่เพื่อน" "คนแปลกหน้า" "มีโอกาสที่จะเป็นแฟน"

คุณต้องแสดงให้เธอเห็นว่าคุณมีความสนใจเธอทางเพศเหมือนอย่างที่แฟนเธอทํา คุณสบตานานกว่าปกติ สัมผัสไหล่เธอ กอดคอ เล่นหัว คุณทําเช่นนี้เธอจะไม่สามารถ จัดคุณไปอยู่กลุ่มเพื่อนได้ ไม่มีทาง! เพราะคุณไม่ได้ทําตัวแบบเพื่อน ถ้าไม่อยากเป็น แค่เพื่อนก็อย่าทําตัวแบบเพื่อน!

หลักสําคัญคือคุณจะต้องไม่รีบร้อนจะสัมผัสเธอ คุณจะต้องทําในเวลาที่ เหมาะสม อย่าไปคิดว่าคุณจะต้องจับมือ กอดเธอในเวลาเท่านั้นเท่านี้ ผู้หญิงชอบที่จะถูกสัมผัสอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะฉะนั้นอย่าไปฝืนธรรมชาติ!

-คุณคุยกับเธออย่างสนุกสนาน เธอหัวเราะออกมา คุณโอบเธอเบาๆที่ไหล่

-คุณเปิดประตูให้เธอเดินเข้าร้านอาหารไปก่อน ระหว่างที่เธอกําลังเดินเข้า คุณแตะเธอที่หลัง

-เธอชี้ให้คุณดูรอยชํ้าที่ขาเนื่องจากเธอหกล้มมา คุณแตะขาเธอเบาๆแล้วถามเธอว่า เจ็บมากมั้ย?

-คุณแซวเธออย่างสนุก เธอทนไม่ไหวทุบคุณที่ต้นแขน คุณบอกเธอด้วยสีหน้าทีเล่นทีจริง ว่าคุณเจ็บ และเอาคืนด้วยการจี้เอวเธอ

-เธอบอกคุณว่าเธอไปทําผมใหม่มา คุณลูบผมเธอแล้วบอกว่าผมเธอสวย

-อื่นๆอีกมากมาย

การสัมผัสจะต้องเป็นไปอย่างสนุกสนาน อบอุ่น และทําในเวลาที่เหมาะสม สัมผัสเธอทุกครั้งที่มีโอกาสแต่อย่าไปฝืนธรรมชาติ!!!

1 ความเห็น

Filed under The Donjuan Guide Book